[FIC Singular] KOI Vlll : What do we have left and why

posted on 10 Mar 2012 03:11 by kona-oshiroi  in Fiction
Warning : เนื้อหาหลังจากที่คุณเลื่อนตาลงมา จะมีความเกี่ยวข้องกับ Yaoi หรือว่าชายรักชาย ผู้ใดที่มิชอบแล้วหลงเข้ามา ให้คลิกกากบาทที่มุมขวาได้เลยฮะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
[Fic Singular] KOI VIII : What do we have left and why

pairing : nut x sin

rate : PG

Disclaimer : เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานที่จริงหรือบุคคลคนจริงแต่อย่างใด
 
Author's note : เหลือบดูตัวเลขตอนอีกครั้งก็แอบใจหาย ตอนที่ 8 แล้วฮะะะะะะะ konaoshiroi ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะแต่งฟิคยาวรอด (ความจริงก็ล่อแล่เกือบไม่รอด) ฮะฮะฮะ แต่ตอนนี้เริ่มกังวลแล้วว่ามันจะเป็นฟิคยาวแบบนิรันดร์ไร้วันจบ จบไม่ลง ลากไปเรื่อย ฮาาา... อย่าเพิ่งเบื่อกันไปก่อนนะฮะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกๆข้อความน่ารักๆที่มีส่งมาให้กัน มันชื้นใจมากฮะ บางทีบางครั้งเวลาเราต้องไปเจอะเจออะไรที่อาจจะไม่ถูกใจ ทำให้ลำบากใจ หรือทำให้จิตใจหดหู่ การที่ได้อ่านข้อความดีๆ หรือความรู้สึกดีๆที่ส่งมาให้ มันก็เป็นเหมือนยาดีๆนี่เองเนอะฮะ ^^ ขอบคุณจากใจจริง แล้วก็อยากบอกว่าเราก็มีความรู้สึกดีๆเช่นนี้ใหักับทุกๆคนเหมือนกันนะฮะ ที่ไม่ว่าจะเป็นขาประจำหรือแวะเวียนเข้ามาในบล๊อกก๊งๆแห่งนี้ เพราะท่านได้หลงเข้ามาแล้ว ฮา...ไม่ใช่ฮะ แต่เหมือนท่านก็ได้รับรู้ส่วนนึงของเราไปแล้ว ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ ฮาาา.... ไม่ว่ายังไง ก็ขอบคุณทุกๆคนฮะ ไม่พล่ามละ เชิญชมดีฟ่า อิอิ
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
KOI VIII : What do we have left and why
 
 
 
 

 

 

ทำไมสายใยความผูกพันของพวกเราถึงได้เบาบางนัก.....

 

ทำไมถึงมีแต่เราที่เชื่อมั่น คิดว่ายังไงก็ต้องผ่านมันไปได้ เพราะเรามั่นใจ ว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเป็นเรา

 

แต่ทำไม....

 

ทำไมถึงหายไป ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น.....

 

หรือจริงๆมันไม่ได้เกิดขึ้น เราแค่คิดไปเอง..........

 

 

 

 

 

ทำไมถึงเลือกอย่างอื่นมากกว่าเรา......

 

ทั้งๆที่รู้จักเรามากกว่าใครๆ  รู้ว่าเราต้องการอะไร

 

แต่ทำไมถึงเลือกที่จะทิ้งเราไว้เบื้องหลัง.....

 

เราไม่เชื่อในอนาคตข้างหน้า เราแค่เชื่อในมือที่กุมกันเอาไว้ตอนนี้ ณ.เวลานี้

 

ทำไมเลือกที่จะปล่อยมือเรา......

 

 

 

 

 

“เฮ้ย ทางนี้ๆ”เสียงเรียกมาพร้อมกับมือที่โบกหยอยๆของเพื่อนชายหน้าตี๋ที่วันนี้รับหน้าที่มาจองโต๊ะ นัทเบียดแทรกตามกระแสคนที่ยืนดริ๊งค์บ้าง เต้นบ้างเพื่อให้ถึงจุดหมายที่ดูเหมือนจะใกล้ แต่ก็ไม่ต่างกับการว่ายทวนกระแสน้ำ

 

“ทำไมมาสายจังว่ะ”โก้เอ่ยทักคำแรกทันทีที่ชายหนุ่มฝ่าฝูงชนมาถึง

 

“ไปดูนัทเล่นกีตาร์มา โหยยย อย่างเจ๋ง แต่แบบแทบไม่ได้มองหน้านัทเลย นักร้องอ่ะดิ สวยโค่ดดด”ไหมที่ตามมาสมทบพร้อมกับเพื่อนอีกสองคนตอบให้แทน ไม่วายแซวเพื่อนชายของเธอไปด้วย

 

“เหยยยย จริงป่ะๆ ทำไมไม่แนะนำกันบ้างเลยว่ะมึง ชื่อไรว่ะๆ”โก้ทำตาโต พลางวาดมือไปล๊อกคอเพื่อนซี้ขี้งกโทษฐานไม่นำของสวยๆงามๆมาแบ่งปันกันบ้าง นัทส่งยิ้มกวนให้อีกฝ่ายแต่กลับไม่ตอบอะไร

 

“ชื่อซิน ผมยาวสลวยเชียว ตอนแรกเรานึกว่าผู้หญิงซะอีก ส๊วยยยสวย”จบคำบอกเล่าของไหม คนถามถึงกับอึ้งรับประทาน ก่อนที่จะค่อยๆเบือนหน้าไปมองต้นเหตุที่ทำหน้านิ่งไม่แสดงอาการอะไร กลับหยิบแก้วเหล้าที่ดื่มค้างไว้บนโต๊ะมาจิบ

 

“เฮ้ย มึง กูอยากสูบบุหรี่หว่ะ”

 

 

 

 

 

“มึงกลับไปเทิร์นกับซินหรอว่ะ”พอหลบจากฝูงชนจอแจในร้านมาบริเวณสูบบุหรี่หน้าห้องน้ำได้ โก้ก็รีบเปิดประเด็นที่สงสัยทันที

 

“ก็เปล่า”

 

“อ้าว แล้วนี่อะไร มึงไปเล่นกีตาร์ให้เขาหรอ หรือว่าไง ตกลงยังไง มึงคุยกันแล้วหรอ”

 

“ก็ประมาณนั้นมั้ง”ฟังคำตอบจากเพื่อน โก้ก็นึกอยากจะประเคนรองเท้าผ้าใบให้ช่วยง้างปากหยักสวยนั่นจริงๆ ถามไปสิบคำถามได้มันตอบมาประโยคเดียว แสนจะคลุมเคลือ ถ้าไม่ติดว่ารองเท้าราคาแพงนะ

 

“ทำไมมึงไม่เล่าให้กูฟัง”

 

“ก็ไม่มีอะไรนี่นา”ร่างสูงตอบสบายๆ พลางมือหนาก็ล้วงบุหรี่จากซองในกระเป๋ากางเกงมาคาบไว้

 

“เวลามึงบอกไม่มีอะไรนี่น๊า....ทุกทีอ่ะ แล้วนี่มึงยัง... เอ่อ ชอบเขาอยู่ป่าวว่ะ”เป็นไปดังคาด โก้ไม่คาดหวังมากมายที่จะได้คำตอบอธิบายอะไรจากเพื่อนซี้ของตนนัก เมื่อมือข้างที่ว่างของอีกฝ่ายถูกยกขึ้นจุดที่ปลายมวนบุหรี่ นัทอัดควันเข้าปอด ก่อนที่จะพ่นควันออกมายาว

 

“......”

 

“เออๆ ไม่ถามและ มึงนี่นะ กูไปเยี่ยวก่อนนะ”

 

 

                ร่างสูงโบกมือไล่ให้โก้เดินไปทำธุระของตัวเองให้เสร็จ ในขณะที่ตนยังยืนพิงผนังค่อยๆอัดนิโคตินเข้าปอดอย่างเชื่องช้า มือหนายกนาฬิกาข้อมือเรือนแพงขึ้นดูก่อนที่จะยกโทรศัพท์คู่ใจมากดดูหน้าจอ ไฟสีแดงกระพริบเตือนถึงข้อความที่เข้ามา นิ้วยาวเลื่อนดูเรื่อยๆ แต่กลับไม่พบชื่อของคนที่มองหาอยู่

 

 

ป่านนี้จะถึงบ้านหรือยัง... ทำไมไม่โทรมา เมสเสจมาสักหน่อยก็ยังดี.....

 

 

                นัทอัดบุหรี่เข้าปอดลึกๆอีกครั้ง ก่อนที่จะดับมันกับที่เขี่ยบุหรี่ข้างๆ ร่างสูงโปร่งของใครอีกคนที่เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา มาตั้งแต่ที่ร้านพี่โก้ ทั้งๆที่น่าจะเพิ่งเคยเจอกันวันนี้วันแรกเดินมุ่งหน้าตรงมา อีกฝ่ายยกยิ้มให้ ทำให้เขาต้องยิ้มตอบอย่างสุภาพตามมารยาท แต่จังหวะที่อีกฝ่ายกำลังจะเดินเลยไปเข้าห้องน้ำนั้น จู่ๆก็หันกลับมาที่ประจัญหน้ากับเขาเสียก่อน

 

 

                ดวงตาคมสบนิ่งกับดวงตาสีดำที่มองจ้องมาตรงๆ ราวกับกำลังทำสงครามประสาทจิต คนมองก็มองนิ่ง ในขณะเดียวกันคนที่ถูกมองก็หน้านิ่งไม่แพ้กัน มองกันไปมองกันมา จนอีกฝ่ายเริ่มปริปากทำลายบรรยากาศเงียบที่ชวนอึดอัดขึ้นก่อน

 

 

“นาย เป็นอะไรกับซินหรอ”ประโยคคำถามที่ทำเอาเจ้าของฉายามาดนิ่งเริ่มจะนิ่งไม่ค่อยออก นี่มันคือประโยคแรกที่คนเพิ่งเคยเจอกันควรจะพูดยังงั้นหรอ ร่างสูงคิดอยากจะตอบกวนตามประสาคนเกรียนกลับไป แต่พอเห็นงแววตาสงบนิ่งที่ฉายแววจริงใจไม่กวนตีนอย่างที่เนื้อหาประโยคน่าจะเป็นของอีกฝ่าย เขาก็เลือกที่จะไม่สร้างศัตรูเพิ่ม

 

“ก็....เป็นเพื่อนร่วมงานกัน”อีกคนเงียบไปพัก ราวกับกำลังชั่งใจ

 

“อืม.....ชื่อนัทใช่ป่ะ เราบาสนะ”แลแล้วกำแพงสงครามจิตก็พังทลายลงทันตา เมื่อผู้มาใหม่เลือกที่จะแนะนำตัวอย่างเป็นมิตรให้ ถึงชายหนุ่มจะคิดว่าเป็นสิ่งที่ควรจะมาก่อนประโยคคำถามแปลกๆคำถามแรกนั้น แต่ก็ไม่คิดติดใจอะไร นัทยกยิ้มให้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำบ้างเมื่อโก้เดินสวนออกมาพอดี หนุ่มตี๋มองตามอย่างงงๆก่อนที่จะล๊อกคอเพื่อนตัวดี พากันเดินกลับไปที่โต๊ะ

 

“เออมึง.... ไหมรู้เรื่องซินป่าวว่ะ”

 

“ไม่อ่ะ ทำไม”

 

“......”ไม่มีคำตอบจากโก้ มีเพียงดวงตาของเพื่อนที่เสหลบมองไปทางอื่น ก่อนที่จะจำอ้าวพาทั้งคู่กลับเข้าไปในตัวผับอีกครั้ง

 

 

 

 

“นัท...นัท นัท!!”เสียงตะโกนของหญิงสาวกระชากชายหนุ่มหน้านิ่งให้กลับมาสนใจในวงสนทนาอีกครั้ง ไหมย่นคิ้วมองเพื่อนชายของเธอที่มองเหม่อออกไปที่กลางฟลอร์เต้นรำตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

 

“มองอะไรหน่ะ.... มองบาสหรอ”

 

“อือ เราแค่สงสัยหน่ะ ว่าทำไมคุ้นหน้าคุ้นตา”นัทหันกลับมาสนใจที่โต๊ะ มือหนาจัดแจงเทเหล้าจากขวดลงบนแก้วที่มีแต่น้ำแข็งเปล่า

 

“อ๋อ เอ.... จะเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ เอ้อ แต่บาสบอกว่าเคยไปที่ร้านเมื่อตอนเย็นมาก่อนนะ บอกว่าเคยไปดูซินร้องเพลง” ทันใดนั้นภาพของผู้ชายที่ขึ้นมาขอจับมือซินตอนไลฟ์ครั้งแรกนั้นก็แว่บเข้ามาในหัวนัททันที ต้องใช่หมอนี่แน่ๆที่ตอนนั้นส่งกระดาษมาถามซินว่าโสดหรือเปล่า....

 

 

ตามมาดูตั้งสองครั้งแล้ว.... ตกลงมันเล็งซินจริงๆใช่มั้ยเนี่ย....

 

 

“เฮ้ยๆๆๆ ไอเชี่ยนัท พอๆๆๆๆ เทเหล้าเพียวมาเกือบเต็มแก้วแล้วนะโว้ย”โก้ร้องเสียงดังเตือน เมื่อเห็นจำนวนของเหลวสีอำพันถูกเทจนลงแก้วจนเกือบมิดก้อนน้ำแข็ง พอดีกันกับที่คนกำลังถูกพูดถึงเดินกลับมาที่โต๊ะ บาสมองแก้วเหล้าเพียวแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก

 

“นี่ให้ใครดื่มหรอ”

 

“เฮ้ยๆๆๆ อย่าๆๆ อย่าไปท้ามัน”เป็นโก้ที่เข้าขวาง พยามที่จะเลื่อนแก้วออกจากบริเวณที่เอื้อมถึงของเพื่อนตัวดีที่ตอนนี้อยู่ดีๆก็ส่งสายตาไม่สบอารมณ์ให้กับคนมาใหม่เสียอย่างนั้น

 

“เออจริงๆแล้ว มีเรื่องอยากจะกวนนัทหน่อย”

 

“.......”

 

“เราขอเบอร์ซินได้มั้ย”

 

“เฮ้ยยยยยย ไอ้เชี่ยน๊าทททท!!!”

 

“ตึง!”สายไปเสียแล้วที่จะค้าน เมื่อแก้วที่สาบานได้ว่ามีเหล้าเพียวอยู่เกือบเต็มแต่ตอนนี้กลับถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะในสถานะแก้วเปล่าเสียแล้ว

 

 

 

 

 

“RRrrrrrrrrrrrrrr”

 

“RRrrrrrrrrr”มือเรียวปัดป่ายไปตามโต๊ะหัวเตียงเพื่อควานหาไอโฟนคู่ใจที่ตอนนี้ส่งเสียงรบกวนเวลานอนของเจ้าของไม่หยุดหย่อน ดวงตากลมยังคงปิดสนิท คิ้วสวยขมวดมุ่นก่อนที่จะสไลด์หน้าจอทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่แล้วกรอกเสียงง่วงงุนแกมหงุดหงิดลงไป

 

“ฮัลโหล”

 

“เปิด... ฮึก  ประตู”เสียงยานคานที่ตอบกลับมาทำเอาดวงตาคู่สวยกระพริบเปิดแทบจะทันที ร่างบางกระเด้งขึ้นนั่งบนเตียงก่อนที่จะวิ่งไปแหวกม่านที่ระเบียงห้องนอนดู เป็นไปดังคาด เมื่อซินมองลงไปเห็นรถวีออสสีดำของใครบางคนกำลังจอดขวางอยู่หน้าประตูรั้วบ้านตน

 

 

กว่าจะแบกคนขี้เมาขึ้นบันไดมาจนถึงหน้าห้องได้ทำเอาร่างเล็กแทบบุบสลาย อีกฝ่ายนอกจากจะร่างใหญ่กว่าจนแทบพยุงไม่ไหวแล้วยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือด้วยนี่สิ  ซินปล่อยมือที่ปิดปากร่างสูงไว้ไม่ให้ส่งเสียงปลุกป๊าม๊าให้มาตกใจตื่นดึกดื่นเพื่อเปิดประตูห้องนอน เมื่ออีกคนทำท่าจะแหกปากโวยวายอีก มือบางก็เข้าประกบปิดทั้งปากทั้งจมูกอีกครั้ง ก่อนที่จะกึ่งลากกึ่งพยุงร่างของอีกคนเข้ามาแล้วใช้เท้าดันประตูให้ปิด แต่แล้วร่างบางก็รู้สึกถึงสัมผัสเปียกๆที่บริเวณฝ่ามือตนจึงรีบผละมือออกจากปากอีกคน

 

“ทำอะไรหน่ะนัท!”

 

“เลีย...ก็มือซินทั้งนุ่ม ทั้งหอม”มือกีตาร์ขี้เมาพูดพลางทำหน้าเคลิ้ม แต่ตอนนี้ร่างบางไม่มีเวลาจะมาเล่นด้วย เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับคนตรงหน้าดี

 

“แล้วทำไมถึงเมาขนาดนี้หล่ะ แล้วขับรถมายังไง มาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย”

 

“ซินถามเยอะจัง นัทงง”ว่าพลางอ้อมแขนแกร่งก็ตวัดเข้ารัดเอวบางเข้ามาแนบชิด แต่ด้วยความที่ร่างสูงก็แทบจะทรงตัวไม่ค่อยได้อยู่แล้ว เมื่อซินเซถลาเพราะไม่ได้ตั้งตัว ทั้งคู่ก็เสียความทรงตัวเซรวน ดีที่มือบางเกาะตู้ไว้ได้ก่อน ไม่งั้นคงลงไปคลุกพื้นกันทั้งคู่ แต่จริงๆแล้วปล่อยอีกคนลงไปคลุกพื้นคนเดียวอาจจะดีซะกว่า เพราะตอนนี้กลายเป็นทั้งคู่ตระกรองกอดกันอยู่กลางห้อง

 

“ก็ซิน...ไม่ยอมโทรมาบอกว่าถึงบ้านหรือยัง”เสียงออดอ้อนที่หาฟังได้ยากถูกบรรจงใช้กระซิบแผ่วข้างใบหูบาง ใบหน้าหล่อคมเริ่มซุกไซร้สูดหาความหอม และกลิ่นแชมพูอ่อนๆจากเรือนผมสวยของคนในอ้อมกอด ถึงจะรู้ว่าอีกคนเมา แล้วก็เปะปะไปทั่ว แต่ร่างเพรียวก็รับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจตนที่เร็วเสียจนแทบจะกระดอนออกมานอกอกอยู่แล้ว

 

“หอมจัง....”

 

แบบนี้ชักไม่ดีแล้ว.....

 

“นัท! เมามากแล้ว ปะ ปะ ไปนอนดีกว่านะ”ซินพยามขืนตัวจากอ้อมกอดที่เริ่มจะออกแนวรุ่มร่ามของอีกฝ่าย ดวงตาคมหรี่ตามองร่างเพรียวอย่างขัดใจ แต่พอสบกับดวงตาคู่สวยที่จ้องกลับมาพร้อมคิ้วเรียวมุ่น ร่างสูงก็ยอมปล่อยมือแต่โดยดี

 

“ก็ได้.... แต่นอนด้วยกันนะ”ไม่พูดเพียงเท่านั้น นัทเดินไปทิ้งตัวลงบนกลางเตียงกว้าง ร่างเพรียวถึงกับอ้าปากค้าง

 

“ไม่ได้นะ ดูสิ นัท! นัท!!! อย่าเพิ่งหลับไปเปลี่ยนเสื้อก่อนสิ”ถึงจะเรียกขนาดไหนก็ไม่เป็นผล เมื่อคนตัวสูงค้นพบว่านอนบนเตียงช่วยให้อาการโลกหมุนติ้วๆในหัวดีขึ้นเยอะ ก็ปิดเปลือกตาแล้วนิ่งไปเสียอย่างนั้น  ซินถอนหายใจยาว ก่อนที่จะจัดการถอดถุงเท้า จัดที่จัดทางให้อีกฝ่ายนอนในท่าที่สบายมากขึ้น

 

แต่ปัญหาคือ.....เขาจะนอนยังไง......

 

“นัทๆ...นี่... เขยิบไปทางโน้นอีกหน่อยได้เปล่า”ไม่มีคำตอบ มีเพียงวงแขนแกร่งที่กระชากร่างเพรียวให้ลงมานอนที่เตียงด้วยกัน ก่อนที่จะพันธนาการเอวบางไว้ด้วยอ้อมกอดอีกครั้ง ซินดิ้นขลุกขลักแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงอีกฝ่ายได้ อย่างมากก็ได้แค่หันหลังให้ร่างสูงเท่านั้น หัวใจเต้นเหมือนจะทะลุออกจากอกเมื่อรับรู้ได้ถึงใบหน้าของอีกฝ่ายที่เลื่อนมาเกยไว้ที่หัวไหล่

 

“ซิน...”

 

“......”ร่างบางเลือกที่จะไม่ตอบ

 

“แกล้งหลับหรอ”

 

“......”

 

“ดีจังเลยเนาะ”

 

“......”

 

“เวลาที่นัทเมาแล้วมีคนพยุงนัทมาที่ห้อง ถอดถุงเท้าให้ แล้วก็ให้นัทนอนบนเตียง”

 

“.....”

 

“ให้นัทได้อ้อน ให้นัทได้กอด”

 

“......”

 

“เหมือนตอนนั้นเลยเนอะ”

 

“.....”

 

“ซินไม่ชอบให้นัทเมา แต่รู้เปล่าว่านัทอยากจะแกล้งเมาทุกวันเลย เพราะจะได้มีซินคอยดูแล”

 

“.....”

 

“....”

 

“.....”

 

“คิดถึงตอนนั้นจังเลยเนาะ”ซินไม่รู้ว่าน้ำตามันรื้นขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนมันหยดกลิ้งจากดวงตาไหลไปตามแก้มใส เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นน้ำตาแห่งความเสียใจหรือดีใจ เขาแค่รู้สึกบางอย่างมันอัดอั้นอยู่ในอก

 

คำที่ไม่เคยบอก ความรู้สึกที่ไม่เคยเข้าใจตรงกัน.....

 

 

 

 

 

                มือเรียววักน้ำขึ้นล้างหน้าสองสามครั้งเพื่อสลัดความง่วงงุนที่ยังหลงเหลืออยู่ในเวลาเช้า  ดวงตากลมสวยสบนิ่งกับเงาตัวเองในกระจก มือทั้งสองถูกยกขึ้นตีเบาๆที่แก้มสองข้าง

 

 

“ตื่นๆซิน มันเป็นแค่ความฝันเท่านั้นแหล่ะ”พูดได้เพียงเท่านั้น ร่างเพรียวก็รีบกระโจนออกจากห้องน้ำไปคว้าโทรศัพท์ที่เพิ่งส่งเสียงว่ามีข้อความเข้า ด้วยกลัวว่าจะไปรบกวนร่างที่ยังนอนแผ่อยู่กลางเตียง คิ้วสวยขมวดเข้าด้วยกันเมื่อได้รับข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย

 

 

‘Good Morning krub Sin….Have a nice day na krab from Bas’บาส? บาสไหน? บาสเมื่อคืนเพื่อนของเพื่อนนัทอ่ะนะ? มือเรียวพิมพ์ยิกกลับไป

 

‘เอาเบอร์เรามาจากไหน’

 

‘จะจากใครหล่ะครับ จากคนที่เปิดไฟเขียวให้ก็แล้วกัน ยังไงก็ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ’

 

 

 

TBC

[Talk]บ่น....

posted on 07 Mar 2012 12:28 by kona-oshiroi
konaoshiroi ฮะ
 
รู้สึกว่าเริ่มมีโพสบ่นไร้สาระมาประปราย
 
คืออยากจะงอแงใส่ว่า เมื่อคืนกำลังพิมพ์ตอนที่แปดอย่างเมามันส์
 
ลูกรักก็ดับไปเลยแบบไม่บอกกล่าว T____________T
 
ตอนนั้นมันตีสองแล้ว กว่าจะกู้ลูกรักขึ้นมาได้ แม่ก็ง่วงสุดๆๆๆๆๆๆแล้ว
 
มาช้าอีกแล้วแง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
เฮ้อ.....
 
ช่วงนี้มีแต่เรื่องให้หน่วงจิต= =

[Fic Singular] KOI VII : I Love Your Smile

posted on 26 Feb 2012 20:40 by kona-oshiroi  in Fiction
Warning : เนื้อหาหลังจากที่คุณเลื่อนตาลงมา จะมีความเกี่ยวข้องกับ Yaoi หรือว่าชายรักชาย ผู้ใดที่มิชอบแล้วหลงเข้ามา ให้คลิกกากบาทที่มุมขวาได้เลยฮะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
[Fic Singular] KOI VII : I Love Your Smile

pairing : nut x sin

rate : PG

Disclaimer : เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานที่จริงหรือบุคคลคนจริงแต่อย่างใด
 
Author's note : มาแล้วฮะ ฟิครายสัปดาห์ที่ตั้งใจไว้ อยากจะรู้เหมือนกันว่าตัวเองจะไปได้กี่น้ำ 5555 ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมากฮะ เบาๆกันไปก่อนเนอะ (จริงๆแล้วคิดไม่ออก) พลอตกระจายหายหดมากช่วงนี้ มีใคนคิดว่าเนื้อเรื่องมันอืดบ้างมั้ยฮะ แบบช้าจริงเชียว ไม่ไปไหนกันซักที 555 อันนี้ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ความอืดของเรื่องเพิ่งขึ้นตามน้ำหนักของคนเขียนฮะ 5555 (ว่าเข้าไป) ฮะ ก็เชิญชมฮะ ติชมตามสบายฮะ
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 

KOI VII I Love Your Smile

 

                นิ้วเรียวกำหลอดสีเขียวที่จุ่มค้างอยู่ในแก้วกาแฟปั่นตรงหน้าแล้วออกแรงหมุนตวัดไปเรื่อยอย่างใจลอย ใบหน้าหวาน เหม่อนิ่งออกไปทางนอกหน้าต่างกระจก ริมฝีปากสีชมพูธรรมชาติคลี่ยิ้มเบาๆเสริมให้ดวงหน้าสวยเด่นและเป็นจุดสนใจให้คนที่แวะเวียนเข้ามาในร้านกาแฟชื่อดังแห่งนี้ได้เหลียวหลังมองแล้วมองอีก

 

 

“นี่....ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะ”

 

“หือ?”

 

“โปรยเสน่ห์ให้ใครกันจ้ะเห็นยิ้มน้อยยิ่มใหญ่มาตั้งแต่ตะกี้แล้ว หรือมีอะไรดีๆก็แบ่งปันเพื่อนสาวบ้างเหอะ”คิ้วเรียวเลิกขึ้นพลางปากบางก็ส่งยิ้มขำให้หญิงสาวอ้อนแอ้นที่นั่งตรงข้ามตน

 

“เปล่า...ก็แค่ คิดถึงหนังที่ดูตะกี้”

 

“อ่าฮะ แล้วไง”พูกระเซ้าต่อ หนังตะกี้มีอะไรดีนักหนา เห็นโฆษณาในโทรทัศน์ดูน่าสนใจถึงชวนมาดู แต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าติดใจขนาดนั้น

 

“เปล่าก็.... ตัวเอก คิดว่าคล้ายนัทนิดๆมั้ง”ร่างบางพูดพลางอมยิ้มสบายๆ เสหลบตาเพื่อนสาวตรงหน้าที่เบิกตาโต กระพริบขนตาที่เติมด้วยมาสคาร่ากันน้ำอย่างดีปริบๆ

 

“นี่จะบอกว่านั่งยิ้มคิดถึงนัทมาตั้งแต่ตะกี้แล้วเนี่ยนะ?!?”

 

“เฮ้ย ตกใจหมด จู่ๆเสียงดังทำไม”

 

“เปล่าก็แค่.... แปลกใจ....”พูลากเสียงทิ้งข้างไว้อย่างนั้นให้เพื่อนชายของเธอถามกระตุ้น หากแต่อีกคนก็ยังอมยิ้มสบายๆไม่พูดอะไร ก้มหน้าก้มตาคนกาแฟปั่นที่มันเหลวติดก้นถ้วยอยู่อย่างนั้น

 

“แกกลับไปเทิร์นกันหรือเปล่าว่ะ”

 

“บ้า ไม่ใช่ ก็บอกแล้วไงตอนนั้นบอกเป็นเพื่อนกัน”

 

“อย่าว่าชั้นงั้นงี้เลยนะซิน..... แต่ชั้นก็อดห่วงไม่ได้จริงๆหว่ะ ก็ช่วงนี้ เห็นแกทำงานกับนัทบ่อยๆ แล้วก็ดูแกอารมณ์ดีขึ้นมาเป็นพิเศษ”

 

“........”

 

“แกจะชอบนัทชั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แต่เรื่องตอนนั้นหน่ะ คุยกันหรือยัง ชั้นก็แค่ไม่อยากเห็นแกเป็นแบบตอนนั้นอีกเท่านั้นเองแหล่ะ”

 

“.......”

 

“เป็นห่วงนะรู้เปล่า”

 

“นี่ถ้าไม่ได้รู้จักกันมานาน เรานึกว่าพูจะจีบเราแล้วนะเนี่ย”ร่างบางเอ่ยกลั้วหัวเราะ ทำเอาสาวเจ้าต้องเหลือกตาขึ้นฟ้าอย่างเอือมระอา ซินก็เป็นแบบนี้ทุกที บางทีก็เหมือนคนที่คิดมากคิดแล้วคิดอีก แต่บางทีก็เหมือนไม่ได้คิดเอาซะเลย จะว่าไม่คิดก็ไม่ได้ ก็คงคิดแต่ไม่อยากจะยอมรับมันมากกว่า พอจะวกเรื่องที่ตัวเองไม่อยากพูดทีไร ก็เปลี่ยนเรื่องทำเป็นตลกซะแนบเนียน ทุกที เฮ้อ....ได้แต่มองอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆซะแล้วมั้งเรา.....

 

 

 

 

               

ช่วงนี้ทุกอย่างกำลังไปได้สวย....

 

 

                ตอนนี้งานออกแบบที่รับทำอยู่ก็ออกมาดี ลูกค้าพอใจ พอหันไปทางดนตรี ก็กำลังไปได้รุ่ง เอาเพลงที่เคยเขียนไว้มาเปิดดู ไอเดียใหม่ๆก็ลอยไหลเข้ามาไม่ขาดสาย อาจจะเรียกว่าเป็นขาขึ้นของเขาก็ว่าได้ แล้วแบบนี้จะห้ามไม่ให้อารมณ์ดีได้ยังไง...

 

 

                โอเค....แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าส่วนนึงก็มาจากใครคนนึงเนี่ยแหล่ะ

 

 

                ใครคนนึงที่เดี๋ยวนี้เจอกันบ่อยเพราะจับพลัดจับพลูมาเป็นดูโอ้กัน......

 

 

                ถามว่าเขาคิดมั้ยเรื่องที่พูคอยเตือน ก็บอกเลยว่าคิด คิดซะจนหัวแทบแตก แต่จะให้ทำยังไง ในเมื่อยังไงก็ต้องเจอหน้ากัน ทำงานด้วยกันอยู่ดี จะย้อนกลับไปชวนทะเลาะเรื่องอดีตที่แม้แต่เขาเองก็ยังหาคำตอบให้กับสิ่งที่เกิดไม่ได้ให้มันเสียเส้นไปทำไม สู้ปล่อยให้เรื่องอดีตเป็นอดีตแล้วอนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึงแล้วลุ้นกันต่อไปไม่ดีกว่าหรอ

 

 

                วันนี้ก็เป็นอีกวันที่สองคู่ดูโอ้จะมาเล่นดนตรีให้กับร้านพี่ก้อตามคำเรียกร้องและรีเควสของสาวน้อยสาวใหญ่หรือบางทีก็หนุ่มๆซึ่งขอกันเข้ามาเหลือเกินว่าอยากจะเจอนักร้องเสียงหวานคนสวยกับมือกีตาร์ที่ทั้งฝีมือและหน้าตาหล่อขั้นเทพอีกครั้ง ซึ่งพี่ก้อเองก็ถือโอกาสใช้แรงงานเด็กในสังกัดไปเลยทีเดียว โดยอ้างเหตุผลขำๆประมาณว่าให้ซินได้ฝึกขึ้นเวทีซะ จะได้ไม่ตื่นเวทีตอนเป็นศิลปินดัง ส่วนตัวแล้วซินก็ชอบอยู่แล้วเรื่องร้องเพลง ส่วนทางนัทก็บอกว่าถ้าไม่ติดธุระไปเล่นที่ไหนก็จะมาเล่นให้เช่นกัน

 

 

                ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนกับกางเกงยีนส์สีซีดสบายๆพาตัวเองมาที่ร้านตั้งแต่ยังไม่มืด ทั้งที่จริงๆพี่ก้อก็บอกว่ามาซักสองสามทุ่มก็ได้ อยากให้ออกมาเล่นตอนพีคๆหน่อย แต่ด้วยความเป็นรุ่นน้องที่ดีบวกไม่มีอะไรทำอยู่แล้วก็เลยจะมาช่วยพี่เขาจัดร้านเสียหน่อยดีกว่า

 

 

“พี่ก้อ หวัดดีฮะ”เสียงหวานเอ่ยทักชายหนุ่มเจ้าของร้านที่ก้มๆเงยๆอยู่หลังเคาท์เตอร์

 

“เอ้า มาซะเร็วเชียว บอกแล้วไม่ต้องรีบ กินไรมายัง”

 

“ไม่เป็นไรพี่ รองท้องมาแล้ว เดี๋ยวกินอีกทีดึกๆดีกว่า พี่ก้อมีไรให้ช่วยมั้ยฮะ”

 

“งั้นซิน.... ช่วยเขียนเมนูใหม่ลงกระดานให้พี่หน่อยได้มั้ย มีลูกค้าบ่นว่าอ่านไม่ค่อยออก”พี่ก้อพูดพลางบุ้ยใบ้ไปทางกระดานดำขนาดพกพาที่เขียนเมนูเด็ดแต่ละอาทิตย์ซึ่งส่วนมากจะเป็นกับแกล้มแปลกๆเสียมากกว่าเอาไว้ อื่มม...ลายมือพี่เขาก็นะ... เข้าใจลูกค้าเลย

 

“เดี๋ยวจัดการให้ฮะ”

 

 

                นั่งจัดร้านกันไปซักพัก ร่างคุ้นตาของใครบางบนก็สะพายกีตาร์เข้ามาในร้าน ตาโตเหลือบขึ้นมองจากกระดานตรงหน้าสบตากับอีกฝ่ายที่หันมาหาพอดี ก่อนที่จะเป็นคนหน้านิ่งที่ยังใส่แว่นกันแดดอยู่แย้มยิ้มมาให้ก่อน

 

 

“พี่ก้ออออออ มีไรกินป่ะ หิวววว”

 

“มาก็ขอแดกก่อนเลยนะมึง ไม่มีเว้ย ทำงานแลกข้าว ไปแบกโต๊ะจากหลังร้านมาเลยไป”ปฏิกริยาที่ต่างกันชัดเจนทำเอาร่างเพรียวที่กำชอล์กเขียนกระดานอยู่อดจะหลุดขำไม่ได้ แรกๆพี่ก้อก็ไม่ได้แสดงความสนิทสนมอะไรกับนัทให้เขาเห็นเท่าไหร่ แต่เพิ่งรู้ว่าจริงๆแล้วพี่ก้อเคยแนะนำนัทให้เป็นมือปืนบ้างแบ๊คอัพบ้างให้ศิลปินหลายๆคนอยู่บ่อยๆ ก็นับว่าสนิทกันพอดี ยิ่งนัทออกแนวผู้ชายห่ามๆแล้ว พี่แกเลยมึงกูจัดเต็มเลยทีเดียว

 

“เอ๊า ทีซินไม่เห็นต้องแบก”

 

“อ่าว เฮ้ยๆ เราไม่เกี่ยวนะ เราเขียนไอ้นี่ให้พี่ก้ออยู่”ร่างเพรียวชิงพูดตัดขึ้นพลางโบกแผ่นกระดานหยอยๆในมือ ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ก่อนที่จะก้มลงพิจารณาตัวหนังสือบรรจงแถมมีรูปแมวบ้างรูปดอกไม้บ้างวาดแถมอยู่เต็มกระดานไปหมด

 

“อือๆ ลายมือซินสวยจริงด้วย แต่ก่อนอ่านแทบไม่ออก แต่....เขียนเสร็จแล้วไม่ใช่หรอ ไปแบกโต๊ะด้วยกันเลย”ว่าพลางมือหนาก็ฉุดข้อมือบางให้ลุกขึ้น แต่ซินก็ยังขืนตัวงอแงไม่ยอมลุกจากเก้าอี้นวมที่ตัวเองนั่งอยู่ ทำเอาเกิดสงครามย่อยๆยื้อกันไปมา จนร่างเพรียวเผลอปล่อยกระดานในมือหล่นพื้นเสียงดังโครมใหญ่นั่นแหล่ะที่เจ้าของร้านออกมายืนตีหน้ายักษ์ใส่

 

“น่านๆ ร้านกูพังหมด ไปเลยทั้งสองคนนั่นแหล่ะไปยกโต๊ะเลย”พี่ก้อชี้นิ้วไปที่หลังร้าน ทำเอาทั้งซินและนัทต้องมองหน้ากันแล้วระเบิดหัวเราะแล้วรีบวิ่งไปหลังร้านก่อนพี่ก้อจะลุกขึ้นมาเตะเอาจริงๆข้อหาชักช้าเดี๋ยวเปิดร้านไม่ทัน

 

 

                หลังจากถูกใช้แรงงานไปสักพักจนร้านรวงเสร็จสรรพพร้อมเปิด ซินกับนัทก็ได้มีโอกาสมานั่งพักหลังร้าน โดยมีพี่ก้อที่เดินไปซื้อข้าวแกงหน้าปากซอยมาให้กิน พอร่างสูงบ่นอุบอิบว่าอยากกินอาหารดีๆของทางร้านบ้าง เจ้าของร้านกลับหัวเราะลั่นบอกว่าอยากกินก็ต้องสั่งแล้วจ่ายเงินด้วยร่างเพรียวตักอาหารเข้าปาก ระหว่างเคี้ยวก็ชำเลืองมองคนข้างๆที่ยังนั่งกดบีบียิกๆไม่เลิก

 

 

“ไหนบอกหิวข้าวไม่ใช่หรอ”

 

“หือ?”ร่างที่นั่งอยู่ข้างๆเงยหน้าจากโทรศัพท์คู่ใจมาเลิกคิ้วใส่

 

“ก็เห็นตะกี้บอกหิว ไม่กินหล่ะ เดี๋ยวก็เย็นหมดหรอก”

 

“เดี๋ยวก่อนๆ คุยติดพัน สาวตรึมๆ”นัทยักคิ้วให้อีกฝ่ายที่ส่ายหัวเอือมให้กับความหลงตัวเองเกินใคร

 

 

ว่าแต่......สาวตรึมจริงๆหรือเปล่านะ ช่วงนี้ก็ยังไม่เห็นใครนี่นา

 

 

แต่จะเห็นใครได้ยังไงหล่ะ ก็เจอกันเฉพาะที่ร้านพี่ก้อตอนมาอัดเพลงนี่นา ตอนนี้คนข้างๆเป็นแบบไหนแล้ว คิดอะไรอยู่ ใช้ชีวิตแบบไหนกัน.....

 

 

ซินเหลือบไปมองคนข้างๆที่ตอนนี้เก็บบีบีใส่กระเป๋า แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่ข้างๆ

 

เออจริงสิ....

 

 

“เออนี่/เออนี่”เสียงหวานเอ่ยขึ้นก่อนที่จะโดนกลบด้วยเสียงทุ้มของอีกคนซึ่งพูดออกมาคำเดียวกันเป๊ะ ซินยิ้มน้อยๆก่อนที่จะพยักเพยิดให้อีกคนพูดก่อน

 

“วันนี้อ่ะ หลังจากไลฟ์....”อืมๆ วันนี้ทำไมหรอๆ เราว่างๆ

 

“พอดีเรานัดกินเหล้ากับเพื่อนๆหน่ะ ซินกลับยังไง”ร่างเพรียวเผลอกลืนน้ำลายเอื๊อก ประโยคที่ตัวเองตั้งใจจะเอ่ยพูดชักชวนอีกฝ่ายให้ไปหาข้าวต้มโต้รุ่งกินกันก่อนกลับถูกกลืนกลับไปพร้อมน้ำลายอึกใหญ่ทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบคลี่ยิ้มบางตามสไตล์

 

“เราหรอ เดี๋ยวให้ป๊ามารับหน่ะ”

 

“ให้เราไปส่งก่อนมั้ยอ่ะ”

 

“อย่าเลยๆๆ เดี๋ยวนัทจะไปสายซะเปล่าๆ เรากลับเองได้สบายมาก”พอเห็นอีกฝ่ายยืนยันแบบนั้นร่างสูงก็พยักหน้าหงึกหงักรับรู้

 

“แล้ว....ตะกี้ซินว่าไงนะ”

 

“อ๋อ เราหรอ เออ จะบอกว่า ข้าวอร่อยดีนะ ฮะฮะฮะ”

 

 

 

 

 

                ไลฟ์เบาๆวันนี้จบด้วยเสียงปรบมือเคล้าเสียงเป่าปากเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ ก่อนที่นักร้องหน้าหวานจะโค้งขอบคุณให้คนดูอีกครั้ง แล้วหันหลังเดินตามมือกีตาร์ที่กำลังก้าวลงจากเวที

 

 

“นัท!!”เสียงแหวกอากาศลอยมา พร้อมกับร่างหญิงสาวผมยาวหยักหน้าตาจิ้มลิ้ม

 

“อ้าว เฮ้ย ไหม มาได้ไง”

 

“ก็เห็นนัทบอกโก้ว่าจะมาเล่นไลฟ์ก่อนไปเจอกับพวกมันใช่ป่ะ เราไม่ได้ฟังนัทเล่นบทเวทีนานแล้วเลยนึกอยากมา แล้วเพื่อนเราก็อยากมากินร้านนี้อยู่แล้วด้วย”สาวเจ้าพูดพลางพยักเพยิดไปทางเพื่อนที่มาด้วยอีกสองคน

 

“แล้วนี่คือ...”ไหมพูดค้างพลางมองไปที่ร่างเพรียวที่ยืนอยู่เยื้องๆมือกีตาร์ ซินพอลงมาจากเวทีก็กะจะดิ่งไปหลังร้าน แต่เพราะมีคนมาทักนัทเสียก่อน ก็คิดว่าถ้าเดินสะบัดไปเลยจะดูเสียมารยาทหรือเปล่า เลยยืนยิ้มสุภาพมาตั้งแต่ตะกี้แล้ว

 

“อ๋อ นี่ซิน แล้ว นี่ไหมนะเพื่อนม.ปลายเรา”ร่างสูงแนะนำสั้นๆ ซินก้มหัวน้อยๆให้กับไหมซึ่งก็ยิ้มร่าให้

 

“อ๋อออเข้าใจแล้วบาส พอบอกชื่อร้านแล้วก็รบเร้าบอกอยากมาฟังเพลง อย่างงี้เองใช่ป่ะ”หญิงสาวหันไปแซวหนึ่งในเพื่อนที่เดินตามเธอมาด้วย ผิดคาด ตอนแรกนัทนึกว่าคนที่อยากมาร้านชิคๆแบบนี้คือสาวเจ้าหน้าหมวยที่ยืนยิ้มอายๆอยู่ข้างไหมเสียอีก แต่กลับเป็นชายหนุ่มตัวขนาดเท่าๆกันกับเขา ยืนอยู่ข้างไหมก็จริง แต่สายตาหน่ะสิ จ้องซินไม่วางตา....  ไอ้นี่มันหน้าตาคุ้นๆ

 

“เออๆ เดี๋ยวเรารีบไปเก็บของเดี๋ยวออกไปเจอนะ จะได้ไปหาพวกโก้กัน ซิน ไปเหอะ”นัทถือวิสาสะแตะที่ข้อศอกของร่างเพรียวที่ยังยืนยิ้มบางเป็นตุ๊กตาไปหลังร้านด้วยกัน

 

 

“ป๊ามาหรือยัง”ร่างสูงถามอีกคนพลางจัดเก็บเครื่องดนตรีชิ้นโปรดลงกระเป๋า

 

“ยังเลย แต่ใกล้แล้วหล่ะ ป๊าบอกรถติดนิดหน่อย”

 

“หรอ...”รูดซิปปิดเสร็จ ชายหนุ่มกลับไม่สะพายมันขึ้นบ่าแต่ยืนนิ่งมองร่างอีกคนที่สไลด์ไอโฟนไปมาอยู่บนโซฟา

 

“ไปก่อนเถอะนัท เพื่อนรอแย่แล้ว”ซินเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้อีกฝ่ายพอรู้ว่าโดนจ้อง พอเห็นดังนั้นร่างสูงจึงสะพายกีตาร์ขึ้นบ่า

 

“งั้นเราไปก่อนนะ...”

 

“อือ...”

 

“ซิน.... ถึงบ้านแล้วโทรบอกเราหน่อยนะ”

 

“อ่ะ...อือ”

 

                เสียงฝีเท้าของนัทเงียบหายไปจากห้องแล้ว เหลือเพียงแต่รอยยิ้มบางที่ทิ้งค้างอยู่บนใบหน้าสวยเท่านั้น

 

 

TBC

edit @ 26 Feb 2012 20:56:02 by KonaOshiroi