[FIC Singular] KOI Vlll : What do we have left and why
posted on 10 Mar 2012 03:11 by kona-oshiroi in Fictionpairing : nut x sin
rate : PG
Disclaimer : เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานที่จริงหรือบุคคลคนจริงแต่อย่างใด
ทำไมสายใยความผูกพันของพวกเราถึงได้เบาบางนัก.....
ทำไมถึงมีแต่เราที่เชื่อมั่น คิดว่ายังไงก็ต้องผ่านมันไปได้ เพราะเรามั่นใจ ว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเป็นเรา
แต่ทำไม....
ทำไมถึงหายไป ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น.....
หรือจริงๆมันไม่ได้เกิดขึ้น เราแค่คิดไปเอง..........
ทำไมถึงเลือกอย่างอื่นมากกว่าเรา......
ทั้งๆที่รู้จักเรามากกว่าใครๆ รู้ว่าเราต้องการอะไร
แต่ทำไมถึงเลือกที่จะทิ้งเราไว้เบื้องหลัง.....
เราไม่เชื่อในอนาคตข้างหน้า เราแค่เชื่อในมือที่กุมกันเอาไว้ตอนนี้ ณ.เวลานี้
ทำไมเลือกที่จะปล่อยมือเรา......
“เฮ้ย ทางนี้ๆ”เสียงเรียกมาพร้อมกับมือที่โบกหยอยๆของเพื่อนชายหน้าตี๋ที่วันนี้รับหน้าที่มาจองโต๊ะ นัทเบียดแทรกตามกระแสคนที่ยืนดริ๊งค์บ้าง เต้นบ้างเพื่อให้ถึงจุดหมายที่ดูเหมือนจะใกล้ แต่ก็ไม่ต่างกับการว่ายทวนกระแสน้ำ
“ทำไมมาสายจังว่ะ”โก้เอ่ยทักคำแรกทันทีที่ชายหนุ่มฝ่าฝูงชนมาถึง
“ไปดูนัทเล่นกีตาร์มา โหยยย อย่างเจ๋ง แต่แบบแทบไม่ได้มองหน้านัทเลย นักร้องอ่ะดิ สวยโค่ดดด”ไหมที่ตามมาสมทบพร้อมกับเพื่อนอีกสองคนตอบให้แทน ไม่วายแซวเพื่อนชายของเธอไปด้วย
“เหยยยย จริงป่ะๆ ทำไมไม่แนะนำกันบ้างเลยว่ะมึง ชื่อไรว่ะๆ”โก้ทำตาโต พลางวาดมือไปล๊อกคอเพื่อนซี้ขี้งกโทษฐานไม่นำของสวยๆงามๆมาแบ่งปันกันบ้าง นัทส่งยิ้มกวนให้อีกฝ่ายแต่กลับไม่ตอบอะไร
“ชื่อซิน ผมยาวสลวยเชียว ตอนแรกเรานึกว่าผู้หญิงซะอีก ส๊วยยยสวย”จบคำบอกเล่าของไหม คนถามถึงกับอึ้งรับประทาน ก่อนที่จะค่อยๆเบือนหน้าไปมองต้นเหตุที่ทำหน้านิ่งไม่แสดงอาการอะไร กลับหยิบแก้วเหล้าที่ดื่มค้างไว้บนโต๊ะมาจิบ
“เฮ้ย มึง กูอยากสูบบุหรี่หว่ะ”
“มึงกลับไปเทิร์นกับซินหรอว่ะ”พอหลบจากฝูงชนจอแจในร้านมาบริเวณสูบบุหรี่หน้าห้องน้ำได้ โก้ก็รีบเปิดประเด็นที่สงสัยทันที
“ก็เปล่า”
“อ้าว แล้วนี่อะไร มึงไปเล่นกีตาร์ให้เขาหรอ หรือว่าไง ตกลงยังไง มึงคุยกันแล้วหรอ”
“ก็ประมาณนั้นมั้ง”ฟังคำตอบจากเพื่อน โก้ก็นึกอยากจะประเคนรองเท้าผ้าใบให้ช่วยง้างปากหยักสวยนั่นจริงๆ ถามไปสิบคำถามได้มันตอบมาประโยคเดียว แสนจะคลุมเคลือ ถ้าไม่ติดว่ารองเท้าราคาแพงนะ
“ทำไมมึงไม่เล่าให้กูฟัง”
“ก็ไม่มีอะไรนี่นา”ร่างสูงตอบสบายๆ พลางมือหนาก็ล้วงบุหรี่จากซองในกระเป๋ากางเกงมาคาบไว้
“เวลามึงบอกไม่มีอะไรนี่น๊า....ทุกทีอ่ะ แล้วนี่มึงยัง... เอ่อ ชอบเขาอยู่ป่าวว่ะ”เป็นไปดังคาด โก้ไม่คาดหวังมากมายที่จะได้คำตอบอธิบายอะไรจากเพื่อนซี้ของตนนัก เมื่อมือข้างที่ว่างของอีกฝ่ายถูกยกขึ้นจุดที่ปลายมวนบุหรี่ นัทอัดควันเข้าปอด ก่อนที่จะพ่นควันออกมายาว
“......”
“เออๆ ไม่ถามและ มึงนี่นะ กูไปเยี่ยวก่อนนะ”
ร่างสูงโบกมือไล่ให้โก้เดินไปทำธุระของตัวเองให้เสร็จ ในขณะที่ตนยังยืนพิงผนังค่อยๆอัดนิโคตินเข้าปอดอย่างเชื่องช้า มือหนายกนาฬิกาข้อมือเรือนแพงขึ้นดูก่อนที่จะยกโทรศัพท์คู่ใจมากดดูหน้าจอ ไฟสีแดงกระพริบเตือนถึงข้อความที่เข้ามา นิ้วยาวเลื่อนดูเรื่อยๆ แต่กลับไม่พบชื่อของคนที่มองหาอยู่
ป่านนี้จะถึงบ้านหรือยัง... ทำไมไม่โทรมา เมสเสจมาสักหน่อยก็ยังดี.....
นัทอัดบุหรี่เข้าปอดลึกๆอีกครั้ง ก่อนที่จะดับมันกับที่เขี่ยบุหรี่ข้างๆ ร่างสูงโปร่งของใครอีกคนที่เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา มาตั้งแต่ที่ร้านพี่โก้ ทั้งๆที่น่าจะเพิ่งเคยเจอกันวันนี้วันแรกเดินมุ่งหน้าตรงมา อีกฝ่ายยกยิ้มให้ ทำให้เขาต้องยิ้มตอบอย่างสุภาพตามมารยาท แต่จังหวะที่อีกฝ่ายกำลังจะเดินเลยไปเข้าห้องน้ำนั้น จู่ๆก็หันกลับมาที่ประจัญหน้ากับเขาเสียก่อน
ดวงตาคมสบนิ่งกับดวงตาสีดำที่มองจ้องมาตรงๆ ราวกับกำลังทำสงครามประสาทจิต คนมองก็มองนิ่ง ในขณะเดียวกันคนที่ถูกมองก็หน้านิ่งไม่แพ้กัน มองกันไปมองกันมา จนอีกฝ่ายเริ่มปริปากทำลายบรรยากาศเงียบที่ชวนอึดอัดขึ้นก่อน
“นาย เป็นอะไรกับซินหรอ”ประโยคคำถามที่ทำเอาเจ้าของฉายามาดนิ่งเริ่มจะนิ่งไม่ค่อยออก นี่มันคือประโยคแรกที่คนเพิ่งเคยเจอกันควรจะพูดยังงั้นหรอ ร่างสูงคิดอยากจะตอบกวนตามประสาคนเกรียนกลับไป แต่พอเห็นงแววตาสงบนิ่งที่ฉายแววจริงใจไม่กวนตีนอย่างที่เนื้อหาประโยคน่าจะเป็นของอีกฝ่าย เขาก็เลือกที่จะไม่สร้างศัตรูเพิ่ม
“ก็....เป็นเพื่อนร่วมงานกัน”อีกคนเงียบไปพัก ราวกับกำลังชั่งใจ
“อืม.....ชื่อนัทใช่ป่ะ เราบาสนะ”แลแล้วกำแพงสงครามจิตก็พังทลายลงทันตา เมื่อผู้มาใหม่เลือกที่จะแนะนำตัวอย่างเป็นมิตรให้ ถึงชายหนุ่มจะคิดว่าเป็นสิ่งที่ควรจะมาก่อนประโยคคำถามแปลกๆคำถามแรกนั้น แต่ก็ไม่คิดติดใจอะไร นัทยกยิ้มให้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำบ้างเมื่อโก้เดินสวนออกมาพอดี หนุ่มตี๋มองตามอย่างงงๆก่อนที่จะล๊อกคอเพื่อนตัวดี พากันเดินกลับไปที่โต๊ะ
“เออมึง.... ไหมรู้เรื่องซินป่าวว่ะ”
“ไม่อ่ะ ทำไม”
“......”ไม่มีคำตอบจากโก้ มีเพียงดวงตาของเพื่อนที่เสหลบมองไปทางอื่น ก่อนที่จะจำอ้าวพาทั้งคู่กลับเข้าไปในตัวผับอีกครั้ง
“นัท...นัท นัท!!”เสียงตะโกนของหญิงสาวกระชากชายหนุ่มหน้านิ่งให้กลับมาสนใจในวงสนทนาอีกครั้ง ไหมย่นคิ้วมองเพื่อนชายของเธอที่มองเหม่อออกไปที่กลางฟลอร์เต้นรำตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว
“มองอะไรหน่ะ.... มองบาสหรอ”
“อือ เราแค่สงสัยหน่ะ ว่าทำไมคุ้นหน้าคุ้นตา”นัทหันกลับมาสนใจที่โต๊ะ มือหนาจัดแจงเทเหล้าจากขวดลงบนแก้วที่มีแต่น้ำแข็งเปล่า
“อ๋อ เอ.... จะเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ เอ้อ แต่บาสบอกว่าเคยไปที่ร้านเมื่อตอนเย็นมาก่อนนะ บอกว่าเคยไปดูซินร้องเพลง” ทันใดนั้นภาพของผู้ชายที่ขึ้นมาขอจับมือซินตอนไลฟ์ครั้งแรกนั้นก็แว่บเข้ามาในหัวนัททันที ต้องใช่หมอนี่แน่ๆที่ตอนนั้นส่งกระดาษมาถามซินว่าโสดหรือเปล่า....
ตามมาดูตั้งสองครั้งแล้ว.... ตกลงมันเล็งซินจริงๆใช่มั้ยเนี่ย....
“เฮ้ยๆๆๆ ไอเชี่ยนัท พอๆๆๆๆ เทเหล้าเพียวมาเกือบเต็มแก้วแล้วนะโว้ย”โก้ร้องเสียงดังเตือน เมื่อเห็นจำนวนของเหลวสีอำพันถูกเทจนลงแก้วจนเกือบมิดก้อนน้ำแข็ง พอดีกันกับที่คนกำลังถูกพูดถึงเดินกลับมาที่โต๊ะ บาสมองแก้วเหล้าเพียวแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก
“นี่ให้ใครดื่มหรอ”
“เฮ้ยๆๆๆ อย่าๆๆ อย่าไปท้ามัน”เป็นโก้ที่เข้าขวาง พยามที่จะเลื่อนแก้วออกจากบริเวณที่เอื้อมถึงของเพื่อนตัวดีที่ตอนนี้อยู่ดีๆก็ส่งสายตาไม่สบอารมณ์ให้กับคนมาใหม่เสียอย่างนั้น
“เออจริงๆแล้ว มีเรื่องอยากจะกวนนัทหน่อย”
“.......”
“เราขอเบอร์ซินได้มั้ย”
“เฮ้ยยยยยย ไอ้เชี่ยน๊าทททท!!!”
“ตึง!”สายไปเสียแล้วที่จะค้าน เมื่อแก้วที่สาบานได้ว่ามีเหล้าเพียวอยู่เกือบเต็มแต่ตอนนี้กลับถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะในสถานะแก้วเปล่าเสียแล้ว
“RRrrrrrrrrrrrrrr”
“RRrrrrrrrrr”มือเรียวปัดป่ายไปตามโต๊ะหัวเตียงเพื่อควานหาไอโฟนคู่ใจที่ตอนนี้ส่งเสียงรบกวนเวลานอนของเจ้าของไม่หยุดหย่อน ดวงตากลมยังคงปิดสนิท คิ้วสวยขมวดมุ่นก่อนที่จะสไลด์หน้าจอทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่แล้วกรอกเสียงง่วงงุนแกมหงุดหงิดลงไป
“ฮัลโหล”
“เปิด... ฮึก ประตู”เสียงยานคานที่ตอบกลับมาทำเอาดวงตาคู่สวยกระพริบเปิดแทบจะทันที ร่างบางกระเด้งขึ้นนั่งบนเตียงก่อนที่จะวิ่งไปแหวกม่านที่ระเบียงห้องนอนดู เป็นไปดังคาด เมื่อซินมองลงไปเห็นรถวีออสสีดำของใครบางคนกำลังจอดขวางอยู่หน้าประตูรั้วบ้านตน
กว่าจะแบกคนขี้เมาขึ้นบันไดมาจนถึงหน้าห้องได้ทำเอาร่างเล็กแทบบุบสลาย อีกฝ่ายนอกจากจะร่างใหญ่กว่าจนแทบพยุงไม่ไหวแล้วยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือด้วยนี่สิ ซินปล่อยมือที่ปิดปากร่างสูงไว้ไม่ให้ส่งเสียงปลุกป๊าม๊าให้มาตกใจตื่นดึกดื่นเพื่อเปิดประตูห้องนอน เมื่ออีกคนทำท่าจะแหกปากโวยวายอีก มือบางก็เข้าประกบปิดทั้งปากทั้งจมูกอีกครั้ง ก่อนที่จะกึ่งลากกึ่งพยุงร่างของอีกคนเข้ามาแล้วใช้เท้าดันประตูให้ปิด แต่แล้วร่างบางก็รู้สึกถึงสัมผัสเปียกๆที่บริเวณฝ่ามือตนจึงรีบผละมือออกจากปากอีกคน
“ทำอะไรหน่ะนัท!”
“เลีย...ก็มือซินทั้งนุ่ม ทั้งหอม”มือกีตาร์ขี้เมาพูดพลางทำหน้าเคลิ้ม แต่ตอนนี้ร่างบางไม่มีเวลาจะมาเล่นด้วย เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับคนตรงหน้าดี
“แล้วทำไมถึงเมาขนาดนี้หล่ะ แล้วขับรถมายังไง มาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย”
“ซินถามเยอะจัง นัทงง”ว่าพลางอ้อมแขนแกร่งก็ตวัดเข้ารัดเอวบางเข้ามาแนบชิด แต่ด้วยความที่ร่างสูงก็แทบจะทรงตัวไม่ค่อยได้อยู่แล้ว เมื่อซินเซถลาเพราะไม่ได้ตั้งตัว ทั้งคู่ก็เสียความทรงตัวเซรวน ดีที่มือบางเกาะตู้ไว้ได้ก่อน ไม่งั้นคงลงไปคลุกพื้นกันทั้งคู่ แต่จริงๆแล้วปล่อยอีกคนลงไปคลุกพื้นคนเดียวอาจจะดีซะกว่า เพราะตอนนี้กลายเป็นทั้งคู่ตระกรองกอดกันอยู่กลางห้อง
“ก็ซิน...ไม่ยอมโทรมาบอกว่าถึงบ้านหรือยัง”เสียงออดอ้อนที่หาฟังได้ยากถูกบรรจงใช้กระซิบแผ่วข้างใบหูบาง ใบหน้าหล่อคมเริ่มซุกไซร้สูดหาความหอม และกลิ่นแชมพูอ่อนๆจากเรือนผมสวยของคนในอ้อมกอด ถึงจะรู้ว่าอีกคนเมา แล้วก็เปะปะไปทั่ว แต่ร่างเพรียวก็รับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจตนที่เร็วเสียจนแทบจะกระดอนออกมานอกอกอยู่แล้ว
“หอมจัง....”
แบบนี้ชักไม่ดีแล้ว.....
“นัท! เมามากแล้ว ปะ ปะ ไปนอนดีกว่านะ”ซินพยามขืนตัวจากอ้อมกอดที่เริ่มจะออกแนวรุ่มร่ามของอีกฝ่าย ดวงตาคมหรี่ตามองร่างเพรียวอย่างขัดใจ แต่พอสบกับดวงตาคู่สวยที่จ้องกลับมาพร้อมคิ้วเรียวมุ่น ร่างสูงก็ยอมปล่อยมือแต่โดยดี
“ก็ได้.... แต่นอนด้วยกันนะ”ไม่พูดเพียงเท่านั้น นัทเดินไปทิ้งตัวลงบนกลางเตียงกว้าง ร่างเพรียวถึงกับอ้าปากค้าง
“ไม่ได้นะ ดูสิ นัท! นัท!!! อย่าเพิ่งหลับไปเปลี่ยนเสื้อก่อนสิ”ถึงจะเรียกขนาดไหนก็ไม่เป็นผล เมื่อคนตัวสูงค้นพบว่านอนบนเตียงช่วยให้อาการโลกหมุนติ้วๆในหัวดีขึ้นเยอะ ก็ปิดเปลือกตาแล้วนิ่งไปเสียอย่างนั้น ซินถอนหายใจยาว ก่อนที่จะจัดการถอดถุงเท้า จัดที่จัดทางให้อีกฝ่ายนอนในท่าที่สบายมากขึ้น
แต่ปัญหาคือ.....เขาจะนอนยังไง......
“นัทๆ...นี่... เขยิบไปทางโน้นอีกหน่อยได้เปล่า”ไม่มีคำตอบ มีเพียงวงแขนแกร่งที่กระชากร่างเพรียวให้ลงมานอนที่เตียงด้วยกัน ก่อนที่จะพันธนาการเอวบางไว้ด้วยอ้อมกอดอีกครั้ง ซินดิ้นขลุกขลักแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงอีกฝ่ายได้ อย่างมากก็ได้แค่หันหลังให้ร่างสูงเท่านั้น หัวใจเต้นเหมือนจะทะลุออกจากอกเมื่อรับรู้ได้ถึงใบหน้าของอีกฝ่ายที่เลื่อนมาเกยไว้ที่หัวไหล่
“ซิน...”
“......”ร่างบางเลือกที่จะไม่ตอบ
“แกล้งหลับหรอ”
“......”
“ดีจังเลยเนาะ”
“......”
“เวลาที่นัทเมาแล้วมีคนพยุงนัทมาที่ห้อง ถอดถุงเท้าให้ แล้วก็ให้นัทนอนบนเตียง”
“.....”
“ให้นัทได้อ้อน ให้นัทได้กอด”
“......”
“เหมือนตอนนั้นเลยเนอะ”
“.....”
“ซินไม่ชอบให้นัทเมา แต่รู้เปล่าว่านัทอยากจะแกล้งเมาทุกวันเลย เพราะจะได้มีซินคอยดูแล”
“.....”
“....”
“.....”
“คิดถึงตอนนั้นจังเลยเนาะ”ซินไม่รู้ว่าน้ำตามันรื้นขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนมันหยดกลิ้งจากดวงตาไหลไปตามแก้มใส เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นน้ำตาแห่งความเสียใจหรือดีใจ เขาแค่รู้สึกบางอย่างมันอัดอั้นอยู่ในอก
คำที่ไม่เคยบอก ความรู้สึกที่ไม่เคยเข้าใจตรงกัน.....
มือเรียววักน้ำขึ้นล้างหน้าสองสามครั้งเพื่อสลัดความง่วงงุนที่ยังหลงเหลืออยู่ในเวลาเช้า ดวงตากลมสวยสบนิ่งกับเงาตัวเองในกระจก มือทั้งสองถูกยกขึ้นตีเบาๆที่แก้มสองข้าง
“ตื่นๆซิน มันเป็นแค่ความฝันเท่านั้นแหล่ะ”พูดได้เพียงเท่านั้น ร่างเพรียวก็รีบกระโจนออกจากห้องน้ำไปคว้าโทรศัพท์ที่เพิ่งส่งเสียงว่ามีข้อความเข้า ด้วยกลัวว่าจะไปรบกวนร่างที่ยังนอนแผ่อยู่กลางเตียง คิ้วสวยขมวดเข้าด้วยกันเมื่อได้รับข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
‘Good Morning krub Sin….Have a nice day na krab from Bas’บาส? บาสไหน? บาสเมื่อคืนเพื่อนของเพื่อนนัทอ่ะนะ? มือเรียวพิมพ์ยิกกลับไป
‘เอาเบอร์เรามาจากไหน’
‘จะจากใครหล่ะครับ จากคนที่เปิดไฟเขียวให้ก็แล้วกัน ยังไงก็ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ’
TBC